5 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนติดฟิล์มอาคาร เลือกรุ่นที่ใช่เพื่อความคุ้มค่าระยะยาว

เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมบางบ้านหรือบางสำนักงานติดฟิล์มไปแล้วยังรู้สึกอ้าว ร้อนสะสม หรือใช้ได้ไม่นานฟิล์มก็เริ่มซีดจางและลอกร่อน? การติดฟิล์มอาคารเป็นการลงทุนระยะยาวที่ช่วยสร้างความสบายและประหยัดพลังงาน แต่หากเลือกไม่ถูกวิธีอาจทำให้เสียทั้งเงินและเวลา ผมจึงอยากชวนทุกท่านมาทำความเข้าใจ 5 เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนการตัดสินใจติดฟิล์มอาคาร เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจและคุ้มค่าที่สุดครับ

1. วัตถุประสงค์การใช้งานและประเภทของฟิล์มอาคาร

ก่อนเลือกซื้อฟิล์ม ผมแนะนำให้ถามตัวเองก่อนครับว่า ความต้องการหลักคืออะไร เพราะฟิล์มแต่ละชนิดมีคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

  • ฟิล์มกรองแสงกันความร้อน (Heat Rejection Film): เน้นการกันรังสีความร้อนและรังสีอินฟราเรด เหมาะกับห้องที่โดนแดดจัดตลอดวัน
  • ฟิล์มใสกันความร้อน (Clear Nano Ceramic Film): ให้ความสว่างสูง แสงธรรมชาติเข้าได้ดี แต่ยังกันความร้อนได้สูง เหมาะกับโชว์รูมหรือห้องรับแขกที่ต้องการวิวชัดเจน
  • ฟิล์มปรอท/ฟิล์มสะท้อนแสง (Reflective Film): ให้ความเป็นส่วนตัวสูงในตอนกลางวัน กันความร้อนได้ดีเยี่ยม สะท้อนแสงภายนอก
  • ฟิล์มนิรภัย (Safety Film): เนื้อฟิล์มหนาพิเศษ ช่วยยึดเกาะกระจกไม่ให้แตกกระจายเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือการกระแทก

2. ค่าพารามิเตอร์การกันความร้อนที่ต้องพิจารณา

เวลาดูสเปกฟิล์ม ผมไม่อยากให้มองแค่ความเข้มหรือความมืดของฟิล์มครับ แต่ควรพิจารณาค่ามาตรฐานสำคัญดังนี้

  • ค่าการลดความร้อนรวม (TSER): ยิ่งค่านี้สูงยิ่งกันความร้อนโดยรวมได้ดี
  • ค่าการกันรังสีอินฟราเรด (IRR): รังสีอินฟราเรดคือตัวการหลักของความร้อนสะสม ควรเลือกค่าที่สูงเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  • ค่าแสงสว่างส่องผ่าน (VLT): บอกถึงความสว่างภายในห้อง ค่าน้อยจะมืด ค่ามากจะสว่าง
  • ค่าการกันรังสียูวี (UVR): ควรป้องกันได้ไม่น้อยกว่า 99% เพื่อปกป้องเฟอร์นิเจอร์และผิวพรรณ

3. ทิศทางของแสงแดดและสภาพแวดล้อมรอบอาคาร

กระจกแต่ละทิศของอาคารรับความร้อนไม่เท่ากันครับ ผมแนะนำให้สำรวจทิศทางแดดก่อนเลือกความเข้มของฟิล์ม

กระจกทิศตะวันตกและทิศใต้

เป็นทิศที่รับแดดจัดและสะสมความร้อนยาวนานที่สุดในช่วงบ่าย ควรเลือกฟิล์มที่มีค่าการกันความร้อนสูง และมีความเข้มปานกลางถึงเข้มมาก เพื่อลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศ

กระจกทิศเหนือและทิศตะวันออก

รับแสงแดดอ่อนช่วงเช้า สามารถเลือกใช้ฟิล์มที่มีความสว่างสูงหรือฟิล์มใสกันความร้อน เพื่อเน้นการรับแสงธรรมชาติโดยไม่ทำให้ห้องมืดเกินไป

4. ความเป็นส่วนตัวและการมองเห็นทั้งกลางวันและกลางคืน

เรื่องนี้เป็นจุดที่หลายคนมองข้ามครับ ฟิล์มที่มีคุณสมบัติสะท้อนแสงจะช่วยให้คนที่อยู่ข้างนอกมองไม่เห็นข้างในระหว่างวัน แต่ในช่วงกลางคืน เมื่อเปิดไฟภายในห้อง คนข้างนอกจะมองเห็นด้านในได้ตามปกติ ดังนั้น หากต้องการความเป็นส่วนตัวในยามค่ำคืนด้วย ผมแนะนำให้ใช้มูลี่หรือผ้าม่านร่วมด้วยครับ

5. การรับประกันและมาตรฐานของทีมช่างติดตั้ง

ฟิล์มกรองแสงคุณภาพดีแค่ไหน หากติดตั้งไม่ถูกวิธีก็อาจเกิดฟองอากาศ คราบกาว หรือลอกล่อนได้ง่าย ผมขอแนะนำให้เลือกผู้ให้บริการที่มีมาตรฐาน มีการเตรียมพื้นที่และทำความสะอาดกระจกอย่างประณีต รวมถึงมีใบรับประกันคุณภาพฟิล์มอย่างชัดเจน เพื่อความสบายใจในระยะยาวครับ

หากท่านใดสนใจบริการติดฟิล์มรถยนต์/อาคาร สามารถติดต่อได้ที่ 091-499-4979 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร ความรู้เพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage หรือเว็บไซต์: ช่างฟิล์ม.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *